หญิงวัย 35 ปี ใช้มีดแทงแฟนหนุ่มวัย 36 ปี เสียชีวิตในห้องพักคอนโดมิเนียม อำเภอเมืองชลบุรี เช้ามืดวันที่ 18 กันยายน 2569 หลังทะเลาะกันเรื่องขอดูโทรศัพท์

เธอให้การว่าทำไปเพื่อป้องกันตัว ทั้งยังเป็นคนโทร 191 แจ้งเหตุเอง

เกิดอะไรขึ้นในห้องชั้น 7 ตอนตีสี่ครึ่งวันที่ 18 กันยายน

เวลา 04.30 น. ร.ต.อ.ปิยะนุช ขันแก้ว รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองชลบุรี รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง จึงเข้าตรวจสอบพร้อมกู้ภัยมูลนิธิธรรมรัศมีมณีรัตน์

หน้าห้องพักชั้น 7 พบ น.ส.ภีรนีย์ อายุ 35 ปี นั่งร้องไห้อยู่ในอาการช็อก ในห้องพบ นายเอกพงษ์ อายุ 36 ปี หมดสติ มีบาดแผลถูกแทงที่หน้าอกด้านซ้าย 1 แผล

กู้ภัยทำ CPR แต่ไม่เป็นผล ผู้บาดเจ็บเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ตำรวจควบคุมตัว น.ส.ภีรนีย์ ไว้สอบสวน

รายการ ข้อมูล
วันเวลา 18 ก.ย. 2569 เวลา 04.30 น.
สถานที่ คอนโดมิเนียม ชั้น 7 อ.เมืองชลบุรี
ผู้เสียชีวิต นายเอกพงษ์ อายุ 36 ปี บาดแผล 1 แผลที่หน้าอกซ้าย
ผู้ก่อเหตุ น.ส.ภีรนีย์ อายุ 35 ปี แฟนที่คบกันเกือบ 10 ปี
ผู้แจ้งเหตุ ผู้ก่อเหตุโทร 191 เอง
สถานะ ควบคุมตัวสอบสวน ยังไม่แจ้งข้อหา

คบกันเกือบ 10 ปี แยกกันอยู่ แล้วกลับมาได้แค่ 4 วัน

น.ส.ภีรนีย์ ให้การว่าคบและใช้ชีวิตร่วมกับผู้เสียชีวิตมาเกือบ 10 ปี ระยะหลังทะเลาะกันบ่อยจนแยกกันอยู่ช่วงหนึ่ง แล้วเพิ่งกลับมาอยู่ด้วยกันได้ประมาณ 4 วัน

คืนเกิดเหตุเธอสงสัยว่าแฟนมีหญิงอื่น จึงขอดูโทรศัพท์ ฝ่ายชายไม่ยอมให้ดู เกิดการโต้เถียงและยื้อแย่งโทรศัพท์ ก่อนฝ่ายชายผลักที่หน้าอกและบีบคอ

เธออ้างว่าคว้าสิ่งของใกล้มือเพื่อป้องกันตัวโดยไม่ทันสังเกตว่าเป็นมีด ทำท่าแทงออกไป 1 ครั้ง ไม่คิดว่าจะรุนแรงถึงชีวิต

เมื่อเห็นเลือดออกมาก เธอตกใจและโทร 191 ด้วยตัวเอง พร้อมบอกว่าถ้าย้อนเวลาได้จะไม่ทำ และถ้าแฟนฟื้นขึ้นมาอยากขอโทษ

ทั้งหมดนี้เป็นคำให้การฝ่ายเดียว ตำรวจระบุว่าสาเหตุและพฤติการณ์ที่แท้จริงยังอยู่ระหว่างสอบสวน

อ้างป้องกันตัว กฎหมายจะรับฟังแค่ไหน ขึ้นอยู่กับสามคำถาม

ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 68 ให้การป้องกันตัวเป็นเหตุยกเว้นความผิดได้ แต่ต้องครบเงื่อนไข ในทางปฏิบัติศาลจะถามสามคำถาม

หนึ่ง มีภยันตรายที่ใกล้จะถึงจริงหรือไม่ การถูกบีบคอถือเป็นภยันตรายต่อชีวิตได้ ถ้าพิสูจน์ได้ว่าเกิดขึ้นจริง

สอง การตอบโต้พอสมควรแก่เหตุหรือไม่ การใช้มีดแทงหน้าอกตอบโต้การบีบคอ ศาลมักมองว่าเกินกว่าเหตุ เว้นแต่จะมีพยานหลักฐานว่าถูกบีบคอจนใกล้หมดสติ

สาม ภยันตรายนั้นเกิดจากการยั่วยุของผู้อ้างเองหรือไม่ ถ้าเป็นฝ่ายเริ่มยื้อแย่งก่อน น้ำหนักของข้ออ้างจะลดลง

หลักฐานที่จะตัดสินคือรอยที่คอของผู้ก่อเหตุ ผลชันสูตร กับภาพจากกล้องวงจรปิดในคอนโด ไม่ใช่คำให้การอย่างเดียว

ข้อหาที่เป็นไปได้ ต่างกันตั้งแต่รอลงอาญาถึงจำคุกตลอดชีวิต

กรณี มาตรา โทษ
ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ม.68 ไม่มีความผิด
ป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ ม.69 ศาลลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดเพียงใดก็ได้
ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ม.290 จำคุก 3 ถึง 15 ปี
ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ม.288 จำคุก 15 ถึง 20 ปี ตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต

ระยะห่างระหว่างแถวบนสุดกับล่างสุดคือชีวิตทั้งชีวิต สิ่งที่ตัดสินว่าจะอยู่แถวไหน คือหลักฐานว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องนั้นก่อนมีดจะออกไป

คดีที่แทงครั้งเดียวตรงจุดสำคัญ ตำรวจมักตั้งข้อหาตามมาตรา 288 ไว้ก่อน แล้วให้ชั้นศาลเป็นผู้พิจารณาว่าจะลดเป็นมาตราอื่นหรือไม่

โทร 191 แจ้งเหตุเอง นับเป็นเหตุบรรเทาโทษได้หรือไม่

ได้ แต่ไม่ได้ทำให้พ้นผิด

ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 ให้ศาลลดโทษได้ไม่เกินกึ่งหนึ่ง หากผู้กระทำผิดรู้สึกความผิด พยายามบรรเทาผลร้าย มอบตัว หรือให้ความรู้เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา

การโทรแจ้งเหตุเอง ไม่หลบหนี รออยู่หน้าห้อง ให้การตั้งแต่แรก เข้าข่ายทั้งสี่ข้อ นี่คือส่วนที่ต่างจากคดีที่ผู้ก่อเหตุหนีแล้วถูกตามจับ

แต่มาตรา 78 ใช้ลดโทษหลังจากศาลตัดสินว่าผิดแล้ว ไม่ได้เปลี่ยนว่าผิดหรือไม่ผิด

ทะเลาะเรื่องมือถือกลายเป็นเรื่องชีวิต สัญญาณที่ควรถอยก่อน

เรื่องนี้เริ่มจากการขอดูโทรศัพท์ ผ่านการยื้อแย่ง ไปถึงการผลักกับบีบคอ แล้วจบด้วยมีด ทุกขั้นห่างกันไม่กี่วินาที

จุดที่ควรถอยคือตอนที่มีการแตะตัวครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหน เพราะหลังจากนั้นทั้งสองคนไม่ได้ทะเลาะกันด้วยเหตุผลอีกแล้ว

คนที่กลับมาอยู่ด้วยกันหลังแยกกัน ควรมีข้อตกลงล่วงหน้าว่าถ้าทะเลาะกันแล้วเริ่มแตะตัว ให้คนหนึ่งออกจากห้องทันที ไม่ต้องเถียงให้จบ

ถ้ากำลังอยู่ในความสัมพันธ์ที่มีการทำร้ายกัน โทรสายด่วน 1300 ศูนย์ช่วยเหลือสังคม ตลอด 24 ชั่วโมง หรือแจ้ง 191 ทันทีเมื่อรู้สึกไม่ปลอดภัย ไม่ต้องรอให้ถึงขั้นบาดเจ็บ

ที่มา: ข่าวสด วันที่ 18 กันยายน 2569 · ชื่อบุคคลใช้ตามที่สื่อต้นทางเผยแพร่ โดยสงวนนามสกุล · คำให้การเรื่องการป้องกันตัวเป็นคำให้การของผู้ก่อเหตุฝ่ายเดียว ตำรวจยังสอบสวนอยู่ ยังไม่แจ้งข้อหา ณ วันที่ 19 กันยายน 2569 · ข้อกฎหมายจากประมวลกฎหมายอาญามาตรา 68, 69, 78, 288, 290 · ผู้ก่อเหตุได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด