เหม่ง ปากดำ อินฟลูเอนเซอร์ที่ดังจากการเล่าเรื่องในเรือนจำ ถูกตำรวจ สน.สุทธิสาร ควบคุมตัวจากซอยอินทามระ 41 เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569

เพจข่าวบอกว่าเขาพยายามชิงรถจักรยานยนต์ของนักเรียนวัย 16 ปี แต่คนใกล้ตัวและตัวเขาเองปฏิเสธว่าไม่ใช่เรื่องจริง

เพจตลาดล่างนิวส์โพสต์อะไร และคลิปเห็นอะไรบ้าง

เพจ Taladlangnews ตลาดล่างนิวส์ โพสต์ภาพและข้อความว่า เหม่ง ปากดำ ทำทีขอยืมรถจักรยานยนต์จากเด็กนักเรียนอายุ 16 ปี พอเด็กไม่ให้ก็กระโดดถีบรถ คนแถวนั้นจึงเรียกตำรวจ พอเห็นตำรวจมาก็แสดงอาการผิดปกติ

คลิปที่เพจโพสต์เห็นเหม่งเดินโวยวายกลางถนนช่วงซอยอินทามระ 41 ก่อนรถตำรวจ สน.สุทธิสาร มาจอด เขาเดินขึ้นฟุตปาธแล้วนั่งลงให้ควบคุมตัวโดยไม่ขัดขืน จากนั้นถูกพาไปสอบปากคำที่ สน.สุทธิสาร

สิ่งที่คลิปยืนยันได้จริงมีแค่นี้ คือมีการโวยวายกลางถนนและมีการควบคุมตัว ส่วนเรื่องชิงรถเป็นข้อความที่เพจเขียนประกอบ ไม่ได้อยู่ในคลิป

อีกเวอร์ชันจากเดล เมืองนนท์ รถเสีย เด็กมาช่วย แล้วโมโหใส่

หลังโพสต์แรกแพร่ออกไป เดล เมืองนนท์ โพสต์ว่าได้คุยกับตำรวจแล้ว เรื่องชิงรถไม่ใช่เรื่องจริง รถของเหม่งเสีย เด็กกลุ่มนั้นเข้ามาช่วย แล้วเหม่งเกิดอาการโมโหจึงเหวี่ยงใส่เด็ก

ต่อมาเฟซบุ๊ก Panuwat Sirichai ซึ่งเป็นบัญชีของเหม่ง ปากดำ โพสต์ข้อความสั้น ๆ ว่า สิ่งเดียวที่จะบอกคือไม่ได้ชิงรถใคร

ประเด็น เพจตลาดล่างนิวส์ ฝั่งเหม่ง
จุดเริ่มต้น ทำทีขอยืมรถเด็ก รถตัวเองเสีย เด็กมาช่วย
สิ่งที่เกิดขึ้น เด็กไม่ให้ จึงถีบรถ โมโห เหวี่ยงใส่เด็ก
ข้อหาที่กล่าวอ้าง ชิงรถ ไม่ได้ชิงรถ
หลักฐาน ภาพ + คลิปตอนถูกควบคุมตัว คำบอกเล่าว่าคุยกับตำรวจแล้ว
ตำรวจแถลง ยังไม่มี

ควบคุมตัวไปสอบปากคำ ไม่เท่ากับถูกตั้งข้อหา ต่างกันตรงไหน

คำว่า โดนรวบ ในพาดหัวเพจ ทำให้คนเข้าใจว่าถูกจับในข้อหาชิงทรัพย์แล้ว แต่ข้อเท็จจริงที่รายงานคือ ถูกควบคุมตัวไปสอบปากคำ

การควบคุมตัวไปสอบปากคำเป็นขั้นตอนที่ตำรวจใช้ระงับเหตุและหาข้อเท็จจริง ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา ยังไม่มีผู้เสียหายให้การ อาจจบลงด้วยการปล่อยตัวโดยไม่มีคดีก็ได้

จะรู้ว่าเป็นคดีอะไรจริง ต้องรอสองอย่าง คือคำให้การของเด็กกับผู้ปกครอง กับการแจ้งข้อกล่าวหาจากพนักงานสอบสวน ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีทั้งสองอย่าง

ชิงทรัพย์กับทำร้ายร่างกาย โทษห่างกันหลายเท่า

ถ้าเป็นไปตามเวอร์ชันของเพจ คือใช้กำลังเพื่อเอารถ จะเข้าข่ายชิงทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339 โทษจำคุก 5 ถึง 10 ปี และถ้าผู้เสียหายอายุไม่เกิน 18 ปีหรือมีการทำร้ายจนบาดเจ็บ โทษยิ่งสูงขึ้น

ถ้าเป็นไปตามเวอร์ชันของเดล เมืองนนท์ คือโมโหแล้วเหวี่ยงใส่โดยไม่ได้ต้องการรถ จะเป็นเรื่องทำร้ายร่างกายตามมาตรา 295 โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือถ้าไม่ถึงกับบาดเจ็บก็เป็นลหุโทษตามมาตรา 391

ส่วนต่างระหว่างสองเวอร์ชันจึงไม่ใช่แค่เรื่องชื่อเสียง แต่คือโทษที่ต่างกันจากปรับไม่กี่พันบาท ไปจนถึงจำคุกเป็นสิบปี นั่นคือเหตุผลที่ฝั่งเหม่งออกมาปฏิเสธเรื่องชิงรถทันที

เหม่ง ปากดำ คือใคร ทำไมข่าวนี้ถึงแชร์เร็วขนาดนี้

เหม่ง ปากดำ เป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามจากคอนเทนต์เล่าเรื่องชีวิตในเรือนจำ ประสบการณ์แบบนี้ทำให้เขามีทั้งแฟนที่ชอบความตรงไปตรงมา และคนที่จับตามองว่าจะกลับไปมีเรื่องอีกหรือไม่

พอมีข่าวว่าถูกควบคุมตัว คนกลุ่มหลังจึงแชร์เร็ว ส่วนพาดหัวที่ใช้คำว่า ชิงรถเด็กนักเรียน ก็ยิ่งเร่งให้แชร์เร็วขึ้นไปอีก

นี่คือจังหวะที่คนอ่านควรชะลอ เพราะเรื่องที่มีอดีตประกอบ มักถูกตัดสินก่อนที่ข้อเท็จจริงจะครบ

สิ่งที่ยังไม่รู้ ตำรวจยังไม่แถลง เด็กยังไม่ให้การ

ณ ตอนนี้ยังไม่มีแถลงจาก สน.สุทธิสาร ว่าควบคุมตัวในข้อหาอะไร มีการแจ้งความจากฝั่งเด็กหรือผู้ปกครองหรือไม่ รวมถึงเหม่งได้รับการปล่อยตัวแล้วหรือยัง

ทั้งสองเวอร์ชันมาจากโพสต์ในโซเชียล ไม่ใช่จากตำรวจ

ถ้าตำรวจแถลง หรือฝั่งเด็กออกมาให้ข้อมูล เรื่องนี้จะชัดขึ้นทันที ก่อนหน้านั้น สิ่งที่พูดได้อย่างเดียวคือมีเหตุทะเลาะกันที่อินทามระ 41 และตำรวจพาคนหนึ่งไปสอบปากคำ

ที่มา: ข่าวสด วันที่ 18 กันยายน 2569 อ้างอิงเพจ Taladlangnews ตลาดล่างนิวส์ โพสต์ของเดล เมืองนนท์ กับเฟซบุ๊ก Panuwat Sirichai · ข้อกฎหมายจากประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295, 339 และ 391 · ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาหรือแถลงจากตำรวจ ณ วันที่ 19 กันยายน 2569 · บุคคลในข่าวได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์