ฝนตกหนักในตำบลมวกเหล็ก อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี บ่ายวันที่ 19 กันยายน 2569 วัดปริมาณน้ำฝนได้ 85 มิลลิเมตร น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนหลายหมู่บ้าน
บ้านท่าเสา หมู่ 13 หนักสุด ท่วมราว 25 หลังคาเรือน มีคนติดอยู่ในบ้าน 6 หลัง รวมชายวัยประมาณ 90 ปี หญิงวัย 30 ปี กับเด็กชายวัย 5 เดือน
เกิดอะไรขึ้นที่มวกเหล็ก บ่ายวันที่ 19 กันยายน
ฝนเริ่มตกหนักช่วงบ่าย น้ำจากภูเขาไหลลงมาเร็วจนถนนและบ้านเรือนในหมู่ 6 หมู่ 12 หมู่ 13 ถูกน้ำท่วมขังในเวลาไม่นาน
นางสาวอ้อยทิพย์ ปานสอาด นายอำเภอมวกเหล็ก ลงพื้นที่ทันที ประสาน อบต.มวกเหล็ก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขามวกเหล็ก สำนักงาน ปภ.จังหวัดสระบุรี และอาสากู้ภัยในพื้นที่
เจ้าหน้าที่ใช้เรือท้องแบนเข้าไปรับคนที่ติดอยู่ในบ้านออกมายังจุดปลอดภัย โดยเฉพาะครอบครัวใกล้วัดท่าเสาที่มีทั้งผู้สูงอายุและทารก
| รายการ | ข้อมูล |
|---|---|
| วันเวลา | บ่ายวันที่ 19 ก.ย. 2569 |
| พื้นที่ | ต.มวกเหล็ก อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี หมู่ 6, 12, 13 |
| ปริมาณฝน | 85 มิลลิเมตร |
| บ้านถูกน้ำท่วม | ราว 25 หลัง (บ้านท่าเสา หมู่ 13) |
| คนติดในบ้าน | 6 หลัง รวมชายวัย ~90 หญิงวัย 30 ทารก 5 เดือน |
| ถนนที่ผ่านไม่ได้ | ทางเข้าซับประดู่ หมู่ 6 และถนนแก่งคอย-แสลงพัน ช่วงวัดท่าเสา |
| สถานะล่าสุด | น้ำเริ่มลด ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต |
ฝน 85 มิลลิเมตรในบ่ายเดียว มากแค่ไหนตามเกณฑ์กรมอุตุฯ
กรมอุตุนิยมวิทยาแบ่งระดับฝนใน 24 ชั่วโมงไว้สี่ขั้น คือฝนเล็กน้อยไม่เกิน 10 มิลลิเมตร ฝนปานกลาง 10.1 ถึง 35 มิลลิเมตร ฝนหนัก 35.1 ถึง 90 มิลลิเมตร และฝนหนักมากตั้งแต่ 90.1 มิลลิเมตรขึ้นไป
85 มิลลิเมตรจึงอยู่ในขั้น ฝนหนัก แบบเกือบชนเพดาน ขาดอีกแค่ 5 มิลลิเมตรจะเข้าขั้นหนักมาก
ที่สำคัญคือตัวเลขนี้ตกในช่วงบ่ายไม่กี่ชั่วโมง ไม่ใช่ทั้งวัน น้ำจึงไม่มีเวลาซึมลงดินและไหลรวมกันลงที่ต่ำทันที
ทำไมมวกเหล็กน้ำมาเร็ว ภูมิประเทศที่ทำให้หนีไม่ทัน
มวกเหล็กอยู่ติดเทือกเขาดงพญาเย็น มีลำน้ำมวกเหล็กไหลผ่านลงสู่แม่น้ำป่าสัก พื้นที่ราบตามลำน้ำเป็นที่ต่ำที่รับน้ำจากเขารอบด้าน
เวลาฝนตกหนักบนเขา น้ำจะไหลรวมลงลำน้ำสายเดียวและเอ่อเข้าบ้านเรือนริมน้ำเร็วมาก ต่างจากน้ำท่วมในเมืองที่ค่อย ๆ ขึ้น น้ำป่าแบบนี้อาจขึ้นเป็นเมตรได้ในไม่กี่สิบนาที
นี่คือเหตุผลที่คนสูงอายุและครอบครัวที่มีทารกออกจากบ้านไม่ทัน เพราะตอนเห็นน้ำถึงหน้าบ้าน ถนนก็ถูกตัดขาดไปแล้ว
ตัดไฟก่อนลุยน้ำ เรือท้องแบน กับเชือก สามอย่างที่ช่วยชีวิต
ขั้นตอนแรกที่อำเภอทำก่อนส่งคนลงน้ำ คือประสานการไฟฟ้าตัดกระแสไฟในพื้นที่เสี่ยง
คนที่เสียชีวิตในน้ำท่วมจำนวนมากไม่ได้จมน้ำ แต่ถูกไฟดูดจากปลั๊กหรือสายไฟที่แช่น้ำ การตัดไฟก่อนจึงเป็นเงื่อนไขที่ต้องมาก่อนทุกอย่าง
เรือท้องแบนใช้ในจุดที่น้ำนิ่งพอ ส่วนในจุดที่น้ำไหลแรงจนเรือทรงตัวไม่ได้ กู้ภัยจะขึงเชือกจากฝั่งถึงบ้าน ให้คนเกาะเชือกเดินออกมาโดยมีเจ้าหน้าที่ประกบทั้งสองข้าง
เชือกที่ดูธรรมดา คือสิ่งที่ทำให้พาผู้สูงอายุกับทารกออกมาได้โดยไม่ต้องเสี่ยงพลิกเรือกลางกระแสน้ำ
ถ้าติดอยู่ในบ้านตอนน้ำมา ต้องทำอะไรก่อนโทรขอความช่วยเหลือ
สับคัตเอาต์ลงก่อนเป็นอย่างแรก ถ้าตู้ไฟอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำแล้ว อย่าไปแตะ ให้ถอยขึ้นที่สูงทันที
ขึ้นชั้นสองหรือจุดที่สูงที่สุดในบ้าน พาผู้สูงอายุกับเด็กขึ้นก่อน เอาโทรศัพท์ ยาประจำตัว น้ำดื่ม ไปด้วย
อย่าพยายามเดินฝ่าน้ำที่ไหลแรงออกมาเอง น้ำสูงแค่เข่าแต่ไหลเร็วก็พัดคนล้มได้ ทั้งยังมองไม่เห็นว่าใต้น้ำมีอะไร
โทร 1784 สายด่วน ปภ. หรือ 1669 ถ้ามีคนบาดเจ็บ บอกพิกัดให้ชัด จำนวนคน มีเด็กหรือผู้สูงอายุกี่คน แล้วรอที่จุดสูงที่มองเห็นจากภายนอกได้
น้ำเริ่มลดแล้ว แต่สิ่งที่ต้องระวังหลังน้ำลดยังมีอีก
รายงานล่าสุดระบุว่าระดับน้ำเริ่มลดต่อเนื่อง หน่วยงานกำลังสำรวจความเสียหาย
ช่วงหลังน้ำลดมีอันตรายที่คนมักลืม คืออย่าเพิ่งยกคัตเอาต์กลับจนกว่าช่างจะตรวจสายไฟ ระวังงูและสัตว์มีพิษที่หนีน้ำมาซ่อนในบ้าน และล้างแผลทุกแผลที่โดนน้ำท่วมด้วยน้ำสะอาด เพราะน้ำป่าปนทั้งดินโคลนและสิ่งปฏิกูล
ถ้าบ้านเสียหาย แจ้งผู้ใหญ่บ้านหรือ อบต. เพื่อขึ้นทะเบียนผู้ประสบภัย จะได้รับการสำรวจและช่วยเหลือตามระเบียบของ ปภ. ยิ่งแจ้งเร็วยิ่งได้เร็ว
ที่มา: MGR Online รายงานวันที่ 19 กันยายน 2569 เวลา 20:56 น. · เกณฑ์ปริมาณฝนจากกรมอุตุนิยมวิทยา · ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ณ วันที่ 20 กันยายน 2569 · สถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลง ติดตามประกาศจาก ปภ.สระบุรี

