วันที่ 4 กันยายน 2569 ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด เดินทางไปยื่นหนังสือต่อกระทรวงมหาดไทย ขอให้ตรวจสอบการดำเนินงานของมูลนิธิกันจอมพลัง เรื่องนี้จึงขยับจากการตอบโต้กันบนโซเชียลมาเป็นเอกสารที่มีหน่วยงานรัฐรับไว้แล้ว
สิ่งที่ยื่นคือคำขอให้ตรวจสอบ ไม่ใช่ข้อสรุปว่ามีความผิด จนถึงตอนนี้ยังไม่มีหน่วยงานไหนชี้ว่าพบอะไร
รองปลัดมหาดไทยรับเรื่อง บอกเองว่าจะตรวจอะไร
คนที่รับหนังสือคือนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ระบุว่าหลังจากนี้จะเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่
ขอบเขตที่จะดูมี 3 เรื่อง คือการจัดซื้อจัดจ้าง การรับและจ่ายเงิน แล้วก็การดำเนินงานทั่วไปของมูลนิธิ
ตรงนี้สำคัญกว่าที่หลายคนคิด เพราะมันคือกรอบว่ามหาดไทยจะดูอะไรได้บ้าง อำนาจของมหาดไทยอยู่ที่การกำกับมูลนิธิตามระเบียบ ไม่ใช่การสอบสวนคดีอาญา
มูลนิธิย้ายไปสมุทรปราการ เรื่องจึงไปที่ผู้ว่าฯ
รองปลัดฯ อธิบายวิธีแบ่งงานไว้ชัด ถ้ามูลนิธิตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร จะให้หน่วยงานทะเบียนดำเนินการ แต่ถ้าอยู่ต่างจังหวัด จะประสานผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นให้ตรวจสอบ
เบื้องต้นทราบว่ามูลนิธิย้ายที่ตั้งไปอยู่จังหวัดสมุทรปราการแล้ว เรื่องจึงน่าจะไปจบที่ผู้ว่าฯ สมุทรปราการ ไม่ใช่ที่ส่วนกลาง
แปลว่าคนที่รอฟังผลควรตามที่จังหวัด ไม่ใช่รอแถลงจากกระทรวง
สูทแดงเลือดหมูกับหนวดติด แล้วตั้งชื่อใหม่ให้ตัวเอง
ภาพที่ถูกแชร์มากที่สุดวันนั้นไม่ใช่ตัวหนังสือที่ยื่น แต่เป็นลุคของทนายตั้มเอง สูทสีแดงเลือดหมูกับหนวดที่ติดมา ก่อนประกาศกลางวงแถลงข่าวว่าจากนี้ขอให้เรียกตัวเองว่า ตั้ม จอมพลัง
เจ้าตัวยังพูดติดตลกว่าไม่มีเงินจ้างบอดี้การ์ด บรรยากาศการแถลงค่อนข้างผ่อนคลายก่อนเข้าประเด็นหลัก
ชื่อกับชุดเป็นเรื่องที่ล้อเลียนอีกฝ่ายตรง ๆ แต่ไม่ได้เปลี่ยนน้ำหนักของเอกสารที่ยื่น สองอย่างนี้ควรอ่านแยกกัน
ข้อสงสัยที่ยื่นไป ยังเป็นข้อสงสัย ไม่ใช่ข้อสรุป
ทนายตั้มระบุว่ามีประชาชนส่งข้อมูลและข้อสงสัยเรื่องการบริหารงานของมูลนิธิมาให้ จึงอยากให้รัฐเข้าไปดูตั้งแต่เงินบริจาคที่รับเข้ามา ไล่ไปถึงการเบิกจ่าย การจัดซื้อจัดจ้าง แล้วจบที่การนำสิ่งของหรือเงินไปใช้ในภารกิจ
อีกเรื่องคือเขาอ้างว่าได้ข้อมูลจากคนที่บอกว่าใกล้ชิดกับกันจอมพลัง เกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อสิ่งของไปบริจาค โดยมีข้อสงสัยเรื่องส่วนต่างของราคา
เขาเองบอกว่าเรื่องนี้ควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นคนตรวจข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นการบอกกลาย ๆ ว่าตัวเขายังพิสูจน์ไม่ได้
| ประเด็น | สถานะตอนนี้ |
|---|---|
| เงินบริจาค การเบิกจ่าย การจัดซื้อจัดจ้าง | มหาดไทยรับเรื่องไว้ตรวจ ยังไม่มีผล |
| ส่วนต่างราคาสิ่งของบริจาค | เป็นคำอ้างจากบุคคลที่สาม ยังไม่มีหลักฐานเปิดเผย |
| บ้านหรูราว 250 ล้านบาท | ทนายตั้มเองบอกว่าราคาตัวบ้านอาจไม่ถึง |
| ประเด็นฟอกเงิน | ยังไม่ได้ยื่น บอกว่าจะยื่น DSI สัปดาห์หน้า |
| คำชี้แจงจากกันจอมพลัง | ยังไม่ปรากฏในการรายงานรอบนี้ |
บ้าน 250 ล้าน คนที่ลดตัวเลขคือทนายตั้มเอง
เรื่องบ้านหรูมูลค่าราว 250 ล้านบาทที่เป็นกระแสก่อนหน้านี้ ทนายตั้มบอกว่าลงพื้นที่ไปดูด้วยตัวเองแล้ว และมองว่าราคาตัวบ้านอาจไม่ถึงตัวเลขนั้น แต่อาจมีค่าใช้จ่ายจากการตกแต่งเพิ่ม
เขายังเรียกร้องให้ตรวจสอบที่มาของทรัพย์สินอยู่ดี
จุดนี้น่าสนใจตรงที่คนซึ่งเป็นฝ่ายร้องเรียนกลับเป็นคนบอกเองว่าตัวเลขที่แชร์กันน่าจะสูงเกินจริง ถ้าอ่านข่าวแล้วเจอตัวเลข 250 ล้านลอย ๆ ให้ระวังไว้ก่อน
ยังไม่จบ สัปดาห์หน้าบอกว่าจะยื่น DSI ต่อ
ทนายตั้มประกาศว่าสัปดาห์หน้าเตรียมยื่นเรื่องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อขอให้ตรวจสอบประเด็นที่เกี่ยวกับการฟอกเงิน
เขายืนยันว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง และไม่ได้ทำเพื่อช่วยฝ่ายใด
ส่วนปมกับหนุ่ม กรรชัย เขาบอกว่าไม่ได้ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อช่วยหนุ่ม กรรชัย ส่วนความสัมพันธ์ในอดีตนั้นเคยมีปัญหากันมาก่อน แต่คุยเคลียร์กันได้แล้ว
อีกประเด็นคือกลุ่มไลน์ 12 คนที่ถูกพูดถึงว่าอาจเกี่ยวกับการตั้งพรรคการเมือง เขาตั้งข้อสังเกตถึงความเชื่อมโยงของคนในกลุ่ม พร้อมบอกว่าถ้าจะปฏิเสธก็ควรให้ข้อเท็จจริงปรากฏชัด
สิ่งที่ยังไม่มีในข่าวรอบนี้ คือคำชี้แจงอีกฝ่าย
ทั้งหมดที่อ่านมาเป็นคำพูดของฝ่ายเดียว การรายงานรอบนี้ยังไม่มีคำชี้แจงจากกันจอมพลังหรือจากมูลนิธิ
เรื่องนี้เริ่มจากการตอบโต้กันบนโซเชียลเมื่อต้นเดือน อ่านลำดับเหตุการณ์ช่วงแรกได้ที่ ทนายตั้ม แจงปมกับ กัน จอมพลัง
ถ้าจะตามเรื่องนี้ต่อ จุดที่ควรรอมีสองอย่าง คือผลการตรวจสอบจากจังหวัดสมุทรปราการ กับคำชี้แจงจากฝั่งมูลนิธิ ส่วนที่เหลือยังเป็นการตั้งข้อสงสัยที่ยังไม่มีใครยืนยัน
ที่มา: ข่าวเวิร์คพอยท์ 23 เผยแพร่ผ่าน LINE TODAY วันที่ 4 กันยายน 2569 · ข้อมูล ณ วันที่ 4 กันยายน 2569

