กองปราบส่งเอกสารคดีอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์และ น.ส.เอ๋ ให้สำนักงาน ปปง. ตรวจสอบเส้นทางการเงินแล้ว พร้อมระบุว่าน่าจะมีบุคคลที่สามเกี่ยวข้องอีก 1 ถึง 2 คน

พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. แถลงความคืบหน้าเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569

สอบสองส่วน ยักยอกเข้าบัญชีส่วนตัว กับหาผู้ร่วมกระทำผิด

พนักงานสอบสวนแยกงานเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือพฤติการณ์ของอดีตพระวชิรญาณ วิ. หรืออดีตหลวงพ่อโชติ อายุ 66 ปี ที่นำเงินวัดเข้าบัญชีส่วนตัว แต่ออกใบอนุโมทนาในนามวัด

ส่วนที่สองคือการไล่เส้นเงินเพื่อหาผู้กระทำผิดร่วม

เส้นเงินที่พบมีสามประเภท คือใบอนุโมทนาการบริจาคทั่วไป ใบอนุโมทนาการเช่าพระ และใบอนุโมทนาการบริจาคเพื่อปรับปรุงวัด

ยอดใบอนุโมทนาที่ตรวจพุ่งจาก 92 ล้านเป็น 215 ล้านบาท

ตอนขอศาลออกหมายจับเมื่อต้นเดือน ตำรวจใช้เส้นเงินสองก้อน คือใบอนุโมทนาเช่าพระ 2.8 ล้านบาท กับใบอนุโมทนาปรับปรุงวัด 89 ล้านบาท รวม 92 ล้านบาท ซึ่งตรวจบัญชีวัดแล้วไม่พบเงินเข้าวัดแม้แต่บาทเดียว

วันนี้ตัวเลขใบอนุโมทนาที่อยู่ในการตรวจสอบขยับเป็นรวมกว่า 215 ล้านบาท

เท่ากับขอบเขตคดีขยายขึ้นราว 2.3 เท่าภายในสัปดาห์เดียว และยังไม่ใช่ตัวเลขสุดท้าย เพราะตำรวจบอกเองว่ายังรวบรวมพยานหลักฐานอยู่

รายการ ตัวเลข ที่มา
ยอดที่ใช้ขอหมายจับ 92 ล้านบาท แถลง 11 ก.ย.
ยอดใบอนุโมทนาที่ตรวจสอบ กว่า 215 ล้านบาท แถลง 12 ก.ย.
เงินสดในกุฏิ 138,308,986 บาท แถลง 11 ก.ย.
เงินฝากในบัญชี กว่า 290 ล้านบาท แถลง 11 ก.ย.
ทองคำ กว่า 1,000 บาท ราว 70 ล้านบาท แถลง 11 ก.ย.
รวมทรัพย์ในกุฏิ ราว 500 ล้านบาท แถลง 11 ก.ย.

ตัวละครเพิ่มอีก 1-2 คน ยังไม่รู้ว่าเป็นพระหรือฆราวาส

ผบก.ป. ระบุว่าคาดว่าจะมีบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง น่าจะ 1 ถึง 2 คน แต่ยังตอบไม่ได้ว่าเป็นสีกาหรือพระภิกษุ เพราะอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพิ่ม

ที่ตำรวจกล้าพูดแบบนี้ เพราะเงินที่ออกใบอนุโมทนาแล้วไม่เข้าวัดต้องมีคนรับ คนโอน และคนดูแลเอกสาร การไล่เส้นเงินจึงเป็นวิธีที่ตรงที่สุดในการหาว่าใครอยู่ปลายทาง

ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อหรือออกหมายจับบุคคลเพิ่มเติม ณ วันที่แถลง

ทรัพย์ที่ยึดได้แล้ว เงินสด ทอง บัญชี รวมราว 500 ล้าน

ปฏิบัติการค้น 6 จุดใน 4 จังหวัดเมื่อสัปดาห์ก่อน พบเงินสดไทยและต่างประเทศในกุฏิ 138,308,986 บาท ทองคำแท่งและรูปพรรณน้ำหนักรวมกว่า 1,000 บาท มูลค่าราว 70 ล้านบาท และเงินฝากในบัญชีกว่า 290 ล้านบาท

รวมทรัพย์ที่พบในกุฏิเจ้าอาวาสราว 500 ล้านบาท มากกว่ายอดที่ใช้ขอหมายจับ 92 ล้านบาท ถึง 5.4 เท่า

ฝั่งบ้าน น.ส.เอ๋ ยึดเงินสด 3,873,614 บาท ทองคำ 90 บาท และเอกสาร 10 รายการ รายละเอียดอยู่ใน ค้นบ้านสีกาเอ๋ ยึดทอง 90 บาท และเงินสด 3.5 ล้านบาท

ส่งเรื่องถึง ปปง. แล้ว ขั้นตอนต่อไปคืออะไร ใช้เวลาแค่ไหน

พนักงานสอบสวนส่งเอกสารให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเรียบร้อยแล้ว ตำรวจยังไม่ระบุกรอบเวลา บอกแค่ว่าจะทำให้เร็วที่สุดและจะแถลงอีกครั้ง

ตามกฎหมายฟอกเงิน ขั้นแรกคณะกรรมการธุรกรรมของ ปปง. มีอำนาจสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราวได้ไม่เกิน 90 วัน

จากนั้นเลขาธิการ ปปง. ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง เพื่อขอให้ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตกเป็นของแผ่นดิน

ขั้นตอนนี้แยกจากคดีอาญาที่ฝากขังอยู่ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 จังหวัดสระบุรี คดีแพ่งเรื่องทรัพย์เดินไปได้โดยไม่ต้องรอผลคดีอาญา

เงินจะกลับเข้าวัดได้ไหม กฎหมายฟอกเงินเปิดช่องไว้ให้

ตำรวจระบุชัดตั้งแต่วันแถลงจับกุมว่าจะร่วมกับ ป.ป.ช. และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นำเงินกลับเข้าวัด

กฎหมายฟอกเงินฉบับแก้ไขปี 2558 เปิดช่องให้ศาลสั่งคืนทรัพย์สินแก่ผู้เสียหายแทนการให้ตกเป็นของแผ่นดิน วัดในฐานะนิติบุคคลจึงมีสิทธิ์ยื่นขอคืนได้

แต่จะได้คืนเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับว่า ปปง. แยกได้แค่ไหนว่าทรัพย์ก้อนไหนมาจากเงินวัด ก้อนไหนเป็นทรัพย์ส่วนตัวที่ได้มาโดยชอบ ซึ่งเป็นงานที่ใช้เวลามากที่สุดในคดีแบบนี้

ตำรวจยังเปิดให้ผู้บริจาคที่โอนเงินเข้าบัญชีเจ้าอาวาสแล้วสงสัยว่าเงินไม่ถึงวัด เข้ามาให้ข้อมูลที่กองปราบได้

ที่มา: ข่าวสด แถลงกองปราบวันที่ 11 และ 12 กันยายน 2569 · ข้อกฎหมายจาก พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 48 และ 49 · ผู้ต้องหาทั้งสองยังอยู่ระหว่างการดำเนินคดีและได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด · ยังไม่มีการออกหมายจับบุคคลเพิ่ม ณ วันที่ 12 กันยายน 2569